สรุปค่าธรรมเนียม Shopee, TikTok Shop และ Lazada ฉบับสมบูรณ์: ขายอย่างไรไม่ให้ขาดทุน พร้อมสูตรตั้งราคาขาย
ใช้เครื่องมือนี้
อีคอมเมิร์ซเวลาอ่านประมาณ 11 นาที

สรุปค่าธรรมเนียม Shopee, TikTok Shop และ Lazada ฉบับสมบูรณ์: ขายอย่างไรไม่ให้ขาดทุน พร้อมสูตรตั้งราคาขาย

เจาะลึกโครงสร้างค่าธรรมเนียม 4 ชั้น ค่าคอมมิชชัน ค่าธุรกรรมทางการเงิน ค่าบริการโปรแกรมส่งฟรี และ VAT 7% พร้อมสูตรคำนวณราคาขายและอัตรากำไรสุทธิแบบมืออาชีพ

LifeHub Editorial Teamนักวิเคราะห์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการตลาดดิจิทัล
เผยแพร่: 2026-09-18อัปเดตล่าสุด: 2026-10-10
สารบัญเนื้อหาในบทความนี้

1. โครงสร้างค่าธรรมเนียม 4 ชั้นที่ร้านค้าต้องเจอ

หลายท่านตั้งราคาขายโดยคิดแค่ "ราคาขาย - ต้นทุนสินค้า = กำไร" แต่เมื่อขายจริงกลับพบว่าเงินในกระเป๋าหายไป นั่นเป็นเพราะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมีการหักค่าธรรมเนียมหลายชั้น: 1. **ค่าคอมมิชชันมาร์เก็ตเพลส (Marketplace Commission Fee):** ค่าธรรมเนียมสำหรับการใช้พื้นที่ขายสินค้า คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากราคาสินค้าหลังจากหักส่วนลดร้านค้า (โดยทั่วไปอยู่ที่ 4.0% - 5.0% ขึ้นอยู่กับหมวดหมู่อย่าง แฟชั่น อิเล็กทรอนิกส์ หรือสินค้าทั่วไป) 2. **ค่าธุรกรรมทางการเงิน (Payment Transaction Fee):** ค่าดำเนินการช่องทางชำระเงิน (บัตรเครดิต, พร้อมเพย์, เก็บเงินปลายทาง COD, SpayLater) ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3.0% 3. **ค่าบริการโปรแกรมส่งเสริมการขาย (Service Program Fee):** เช่น โปรแกรมส่งฟรีพิเศษ (Free Shipping Max / โค้ดส่งฟรีขั้นต่ำ 0 บาท) หรือ โค้ดคุ้มคืนเงิน (Cashback Program) มีอัตราอยู่ที่ 4.0% - 5.0% 4. **ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7% ของค่าบริการ):** ค่าธรรมเนียมทุกข้อข้างต้นถือเป็นการให้บริการ จึงต้องบวก VAT 7% เพิ่มเข้าไปในค่าธรรมเนียมเสมอ เช่น ค่าคอมมิชชัน 4% + VAT 7% จะกลายเป็น 4.28% ของยอดขาย

2. ตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียม Shopee, TikTok Shop และ Lazada

สรุปภาพรวมค่าธรรมเนียมมาตรฐานสำหรับร้านค้าทั่วไป (Non-Mall / Local Seller) ปีล่าสุด:
ประเภทค่าธรรมเนียมShopee (ทั่วไป)TikTok Shop (ทั่วไป)Lazada (ทั่วไป)
ค่าคอมมิชชัน (Commission)4.28% - 5.35%4.28% - 5.35%4.28% - 5.35%
ค่าธุรกรรม (Payment)3.21%3.21%3.21%
โปรแกรมส่งฟรี (Shipping)5.35% (FSB)4.28% (FSP)4.28% (FS Max)
ค่านายหน้าพันธมิตร (Affiliate)ตามที่ร้านกำหนด (0-20%)ตามที่ร้านกำหนด (10-20%)ตามที่ร้านกำหนด (0-15%)
รวมหักประมาณการต่อออเดอร์12.84% - 13.91%11.77% - 12.84%11.77% - 12.84%

3. สูตรการตั้งราคาขายแบบ Reverse Margin ไม่ให้เข้าเนื้อ

หากคุณต้องการกำไรสุทธิ 25% แต่หักค่าธรรมเนียม 13% และค่าแพ็คกล่อง 15 บาท คุณไม่สามารถนำต้นทุนมาบวกเปอร์เซ็นต์ตรงๆ ได้ แต่ต้องใช้สูตร **Reverse Target Margin**: ``` ราคาขายแนะนำ = (ต้นทุนสินค้า + ค่าแพ็คกล่อง + ค่าขนส่งสนับสนุน) ÷ (1 - อัตราค่าธรรมเนียมรวม - อัตรากำไรสุทธิเป้าหมาย) ``` **ตัวอย่าง:** - ต้นทุนสินค้า: 150 บาท - ค่ากล่องและบับเบิ้ล: 15 บาท - ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มรวม: 13% (0.13) - ต้องการกำไรสุทธิ: 25% (0.25) ``` ราคาขายแนะนำ = (150 + 15) ÷ (1 - 0.13 - 0.25) = 165 ÷ 0.62 = 266.13 บาท ``` หากคุณตั้งราคาขายที่ 266 บาท เมื่อถูกแพลตฟอร์มหักค่าธรรมเนียม 13% (ประมาณ 34.58 บาท) และหักต้นทุนสินค้าและแพ็คเกจ 165 บาท คุณจะเหลือกำไรสุทธิตรงตามเป้าหมาย 66.42 บาท (คิดเป็น 25% ของราคาขาย) อย่างแม่นยำ
เคล็ดลับมืออาชีพ

อย่าลืมเผื่อต้นทุนสินค้าสูญหาย เสียหายระหว่างขนส่ง หรือลูกค้ายกเลิกพัสดุตีกลับ COD ไว้อย่างน้อย 2% - 3% ในโครงสร้างราคาขาย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q:ควรเข้าร่วมโปรแกรมส่งฟรี (Free Shipping Program) หรือไม่?

ควรพิจารณาจากขนาดกำไรของสินค้า หากสินค้ามีมาร์จินกำไรสุทธิเกิน 30% การเข้าร่วมจะช่วยเพิ่มการมองเห็นและอัตราการคลิกซื้อได้อย่างมหาศาล แต่หากสินค้ามาร์จินบางต่ำกว่า 15% การเข้าร่วมอาจทำให้ขาดทุนโดยไม่รู้ตัว

Q:ทำไมในระบบ Shopee หรือ TikTok มีหักภาษี ณ ที่จ่ายเพิ่มเติม?

หากร้านค้าจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แพลตฟอร์มจะหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 3% หรือ 1% สำหรับค่าบริการและค่าคอมมิชชันตามกฎหมาย ซึ่งร้านค้าสามารถขอหนังสือรับรอง (50 ทวิ) จากในระบบมาใช้เป็นเครดิตภาษีเงินได้นิติบุคคลตอนสิ้นปีได้

แท็ก:#ค่าธรรมเนียมShopee#ค่าธรรมเนียมTikTokShop#ค่าธรรมเนียมLazada#ตั้งราคาขาย#มาร์จินกำไร#ขายของออนไลน์
LifeHub Editorial Teamนักวิเคราะห์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการตลาดดิจิทัล

บทความนี้ได้รับการค้นคว้าและเรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ LifeHub โดยมุ่งเน้นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ปฏิบัติตามกฎหมาย และเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ หากท่านพบข้อผิดพลาดหรือต้องการเสนอแนะ สามารถติดต่อเราได้ที่ support@thain.store

บทความที่คุณอาจสนใจ